เรียกได้ว่าดาราสาว ''แนน'' อมิตตดา ชินสำเร็จ ถูกกล่าวหาว่ากลายเป็นคนลวงโลกไปเสียแล้ว หลังจากที่ออกมายอมรับและบีบน้ำตาเรียกคะแนนความสงสารว่าตนเองไม่ได้ตั้งท้องจริงตามที่กล่าวอ้างไว้เมื่อนานมาแล้ว แต่สาเหตุที่ทำลงไปเป็นเพราะต้องการหาเงินมาใช้จ่ายค่าบ้านที่กำลังจะถูกยึดเท่านั้นเอง
งานนี้กรณีของ ''สาวแนน'' จึงกลายเป็นข้อพิพาษทางสังคมทันทีว่าคล้ายกับกรณีของเจ้าหญิงเบนโล ''แหม่ม'' คัทลียา แมคอินทอช เมื่อครั้งก่อนจนกลายเป็นกระแสทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ อย่างไม่จบเลยทีเดียว
ลองงมาฟังกันดูสิว่า...ระหว่าง 2 จอมลวงโลก อย่าง ''แหม่ม-คัทลียา'' กับกรณีท้องแต่ไม่รับ กับ ''สาวแนน-อมิตตดา'' กับกรณีไม่ท้องแต่บอกท้อง เพื่อนดาราในวงการบันเทิงจะยอมรับใครได้มากกว่ากัน...
''ต่าย-ชัชฎาพร''
''ต่ายเองก็เป็นคนบริโภคข่าวสารรู้เรื่องมาบ้างพอประมาณ แต่ว่าไม่ได้มีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัว เลยไม่สามารถตอบได้ว่าใครลวกโลกมากกว่ากัน แต่ในฐานะของผู้หญิงด้วยกัน รู้สึกว่าพี่แหม่มน่าเห็นใจมากๆ แล้วเค้าก็สามารถเลี้ยงลูกออกมาได้ดี แล้วตอนนี้ชีวิตเค้าก็แฮปปี้ อยากจะบอกว่าคนเรามีทางเลือกอื่นอีกตั้งมากมาย ถ้าเรามีความอดทนแล้วก็พยายาม เราไม่มีวันจนมุมแน่นอน ต่อไปลองพยายามทำตามวิธีที่ถูกดีกว่า''
นาเดีย นิมิตรวานิช
''อย่าไปเปรียบเทียบกันเลยดีกว่า มันคนละเคสกันน่ะ สงสารพี่เค้า เดียไม่ขอออกความคิดเห็นดีกว่า''
''อุ้ม-ลักขณา''
''มันก็น่าเห็นใจทั้งสองคนอ่ะนะคะ คือถึงเค้าจะเป็นคนของประชาชน เค้าก็เป็นมนุษย์ธรรมดา เค้าก็มีสิทธิ์ที่จะไม่เปิดเผยเรื่องส่วนตัว ก็สงสารทั้งสองคน ถามว่าใครแย่กว่ากัน มันก็พูดยากนะ แต่คิดว่าคนคงรู้สึกไม่ดีกับทั้งสองเรื่องก็อยากจะให้บอกความจริงไปเลย อาจจะโดนด่า โดนว่าตอนนี้ แต่เชื่อเถอะคนไทยลืมง่ายให้อภัยกันได้อยู่แล้ว''
''เปิ้ล-ไอริณ''
''เอาเป็นว่าโดยส่วนตัวแล้วไม่ได้รู้จักกับพี่แหม่มแต่กับแนนเนี่ย ด้วยวัยวุฒิของเค้า อาจจะทำให้ไม่ทันคิดอะไร คงคิดแค่ขายผ้าเอาหน้ารอดไปเรื่อยๆ กรณีพี่แหม่มส่วนตัวไม่คิดว่าเค้าผิดหรือว่าลวงโลก สิ่งที่ได้จากเรื่องนี้น่าจะเป็นอุทธาหรณ์สอนใจคนบันเทิงว่าต่อไปจะพูดหรือให้สัมภาษณ์อะไรต้องคิดให้ดีๆ สุดท้ายอยากฝากบอกว่า ไหนๆ เรื่องก็เกิดขึ้นมาแล้ว การให้อภัยเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก หวังว่าคนไทย จะให้อภัยคนที่ทำผิดแล้วอยากจะแก้ตัวใหม่นะคะ''
''อุ๋ย-บุศรา''
''ถามว่าใครแย่กว่ากัน อุ๋ยว่าเรื่องของแนนค่ะ เพราะว่าเป็นการโกหกที่เนิ่นนานมาก พอเรื่องมันจะจบเค้าก็สร้างเรื่องขึ้นมาใหม่ ส่วนของพี่แหม่ม คืออุ๋ยเข้าใจว่าตอนแรกอาจจะไม่พร้อมที่จะเปิดเผย แต่สุดท้ายเค้าก็ออกมายอมรับความเป็นจริง แล้วตอนนี้ก็ใช้ชีวิตที่มีความสุขอยู่กับครอบครัว แต่สำหรับแนนแล้ว เค้าโกหกมาตลอด ปิดบังความจริงทั้งกับประชาชน สื่อมวลชน และแม้กระทั่งคนที่ใกล้ชิดอย่างเพื่อนๆ ด้วย''
''อิม-อชิตะ''
''อิมว่าพี่แหม่มก็น่ารักดีนะ ตอนนี้เลี้ยงลูกดูน่ารักแล้วก็น่าภูมิใจ หนูก็ไม่รู้ว่าใครพูดเรื่องจริง เรื่องไหนเท็จ ถ้าเป็นเรื่องจริง ก็น่าสงสารเค้าน้า เอาเป็นว่าอิมไม่กล้าตัดสินใจว่าใครดีไม่ดีกว่ากัน เพราะเรายังไม่รู้ความจริงจากทั้งสองคน เอาเป็นว่าอิมไม่ขอฟันธงดีกว่า''
''ฮาน่า-ทัศนาวลัย''
''พูดยากนะ แต่ฮาน่าอยากจะให้คนให้อภัยเค้า ถ้าถามว่ายอมรับเรื่องไหนได้ง่ายกว่ากัน คือพี่แหม่มมันเป็นเรื่องของเค้าที่จะไม่เปิดเผยเรื่องส่วนตัว แล้วผลร้ายที่ตามมาก็ตกอยู่ที่ตัวเค้าเอง ส่วนแนนเค้าพยายามทำให้คนรักรู้เรื่องที่ไม่ดีของเขา แล้วผลร้ายที่ตามมามันอยู่ที่ประชาชน แล้วก็คนที่ถูกเอาเข้าไปเกี่ยวโยงด้วย อย่างคนที่ถูกประนามว่าเป็นพ่อเด็ก ส่วนตัวฮาน่าแล้วคิดว่าถ้าทำแล้วตัวเองเดือดร้อนคนเดียวก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าทำให้คนอื่นเดือดร้อนด้วยมันไม่ค่อยดี แล้วที่สำคัญคุณจะทำอะไรก็แล้วแต่ คุณไม่สามารถหลอกตัวเองได้ ซักวันความจริงก็ต้องปรากฏ''
''หนิง-กมลา''
''ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง หนิงว่าหนิงรับได้กับเรื่องของพี่แหม่มมากกว่านะ แต่สำหรับเรื่องของคุณแนนมันก็มีความรู้สึกว่าพูดลำบากก็เห็นใจทั้งสองคนอ่ะนะ ทุกคนเกิดมาย่อมมีเคยทำผิดด้วยกันทั้งนั้น แต่คนเราสามารถที่จะกลับมาเริ่มต้นใหม่ หนิงเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่าการกระทำแบบนั้นผิดหรือถูก แต่คิดว่าถ้าหากคุณระมัดระวังตัวเองให้มากกว่านี้ เรื่องราวเลวร้ายมันคงไม่เกิดขึ้น อยู่ที่ตัวเราเองด้วยว่าจะป้องกันตัวเองยังไง''
''บุ๋ม-ปนัดดา''
''คิดว่าคนที่น่าเห็นใจมากกว่าน่าจะเป็นคุณแหม่มนะ เพราะเค้าคงอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เรียกว่าจนมุมแล้ว เค้าถึงจะยอมออกมาเปิดเผย แต่สำหรับแนนเป็นคนที่โกหกแล้ว โกหกอีก โกหกแล้ว ก็ยังจะโกหกอีก คือตอนนี้ไม่รู้ว่าอันไหนจริงหรือปลอมกันแน่ คือมันหลายๆ อย่าง ไหนจะไปออกรายการให้สัมภาษณ์ ไหนจะออกพ็อกเกตบุ๊กแบบนั้นออกมาอีก คือหนังสือแบบนั้น ออกได้ไม่มีใครว่า แต่ควรจะติดเรตเพื่อเยาวชนนิดนึงค่ะ''
''เอมมี่-มรกต''
มี่ไม่รู้เรื่องนี้เลยนะ จริงๆ แล้วก็ไม่อยากออกความเห็นเลย แต่โดยส่วนตัวมี่รู้สึกว่าอย่างกับเรื่องของพี่แหม่มเค้า ที่ผ่านมามันก็เฉลี่ยกันได้ เค้าก็เคยช่วยเหลือสังคม เป็นฑูตยูนิเซฟ และบางครั้งคนเราก็สามารถที่จะผิดพลดกันได้บ้าง ซึ่งก็น่าจะยอมรับเรื่องของพี่แหม่มได้มากกว่านะ เพราะอย่างคนที่ชื่อแนน มี่เองก็ไม่เคยเห็นเค้าทำอะไรเพื่อสังคมเลย''
หมออ้อย
''เรื่องของคุณแหม่มมากกว่านะ เพราะด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ และพื้นฐานครอบครัวด้วย แต่เรื่องของคุณแนนเค้าทำขึ้นมาพื่อที่จะขายพ็อกเกตบุ๊กเค้าเท่านั้น อาจจะทำไปด้วยความคึกคะนอง แต่เรื่องมันหนักมากกว่าคุณแหม่มอีก อย่าเอาไปเทียบกันเลยจะดีกว่านะ ซึ่งคุณแนนน่าจะโดนบอยคอตด้วยซ้ำไป แต่ด้วยความที่คุณแนนไม่เป็นที่รู้จักในสังคมสักเท่าไร เรื่องราวก็น่าจะซาเร็วขึ้น แต่การที่เค้าจะกลับมาในวงการบันเทิงอีกครั้งหลายคนก็คงจะร้องยี้แล้ว ซึ่งจะต่างจากคุณแหม่มที่ได้บทสรุปสวยงาม มีครอบครัวพร้อมหน้า อาจจะลืมยากหน่อย เพราะอยู่ในความสนใจของประชาชนและเป็นที่รู้จักมากกว่าคุณแนน ซึ่งคนก็จะเสียความรู้สึกเฉยๆ เท่านั้น''
''น้ำผึ้ง-ณัฐริกา''
''ส่วนตัวแล้วน้ำผึ้งคิดว่าน่าจะรับได้ทั้ง 2 เรื่องนะคะ เพราะว่าสังคมไทย เป็นสังคมที่มีความเมตตาต่อกัน มีการให้อภัยกั้น เข้าใจกันและลืมง่ายด้วย ซึ่งตรงนี้มันก็ทำให้ความแตกแยกที่จะเกิดขึ้นในสังคมมันลดน้อยลงเหมือนกันนะคะ''
''เต๋า-สโรชา''
''น่าจะเป็นพี่แหม่มมากกว่าค่ะ เพราะว่าเค้าไม่ได้ตั้งใจมาก แต่กับแนนเหมือนกับว่าเค้าเจตนาที่จะทำเลย คือเค้าก็อาจจะมีความจำเป็นเหมือนๆ กันก็ได้มั้ง...ไม่รู้สิ''
''เมจิ-อโณมา''
''มันต้องเป็นเรื่องของพี่แหม่มอยู่แล้วค่ะ กับเรื่องของคนที่สองมันไม่ดีตั้งแต่เขียนหนังสือแล้วล่ะ เพราะพี่แหม่มเค้าก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะโกหก แต่กับคนที่สองนี่มีเป็นพ็อกเกตบุ๊กออกมาด้วยนะ แล้วก็เขียนเรื่องราวแฉถึงคนนู้นคนนี้ออกมาเป็นการใหญ่เลยล่ะ ซึ่งการออกมาแฉคนอื่นนี่ก็บาปแล้วนะ นี่ยังมาโกหกอีก ก็อยากให้จำไว้เป็นบทเรียนก็แล้วกันค่ะ''
''เจ๊ดา-ดารุณี''
''ขอไม่ตอบได้ไหม...ถ้าหากว่าจำเป็นต้องตอบพี่ดาคิดว่ายอมรับเรื่องของน้องแหม่มได้มากกว่า ด้วยความที่เค้าเป็นคนดีและทำตัวมีคุณค่าต่อสังคมมาโดยตลอด แต่เราเองก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าชีวิตของลูกผู้หญิงคนหนึ่งจะเกิดสิ่งนี้ขึ้น ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าไม่รู้จริงๆ หรือเป็นสถานการณ์บังคับที่ทำให้ต้องเป็นอย่างนั้น ซึ่งมันก็น่าเห็นใจ จนถึงวันนี้เค้าก็ยังมีคุณค่าในสังคมและการสร้างครอบครัวต่อไป แต่กับอีกคนหนึ่งจะไม่ยอมรับก็ไม่เชิง ไม่รู้ว่าด้วยความที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือว่าความแร้นแค้นอย่างที่เค้าบอก จนต้องลุกขึ้นมาทำอย่างนี้ ซึ่งทุกคนก็มีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้น''
''ตุ๊กตา-อุบลวรรณ''
''ไม่มีความคิดเห็นเลยค่ะ ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี ถ้าเป็นตุ๊กตาจะไม่โกหกนะ แต่เราก็เข้าในว่าทำไมเค้าถึงต้องโกหก และโกหกเรื่องอะไร ซึ่ง 2 คนเค้าก็ต่างกัน แต่เค้าก็น่าจะมีเหตุผลของเค้านะ''
โอเด็ต
''หนูคิดว่ามันเป็นสิทธิส่วนบุคคลมากกว่านะ พูดไปมันก็มีแต่เสียกับตัวเราทั้งนั้น เอาเป็นว่าใครอยากจะทำอะไรก็ทำกันไปเถอะ อย่ามายุ่งกับเราก็เป็นพอแล้วค่ะ''

ผู้เขียน

